Follow     

บทความ

รถทุกคันเมื่อใช้งานไปสักพักหนึ่ง ก็ต้องเกิดอาการสึกหรอขึ้นเป็นเรื่องปกติ
ไม่มากก็น้อย ทำให้เราต้องเสียเงินอยู่บ่อยครั้ง แต่จะดีกว่าหรือป่าว?
หากท่านรู้ตัวก่อนว่ารถของท่านยังพร้อมใช้งานอยู่หรือไม่

วันนี้ ADMIRE มีวิธีสักเกต
"7 อาการน่าเป็นห่วง! เมื่อรถของท่านต้องการการดูแล"
มาฝากลูกเพจทุกคนครับ

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์นะคะ
ติดตามข่าวสารดีๆ เพิ่มเติมคลิก https://goo.gl/dJHUhu


1.สตาร์ทเครื่องนานกว่าปกติ

ทันทีที่เราขึ้นรถแล้วบิดกุญแจเชื่อหรือไม่ครับว่า
แม้แต่เสียงสตาร์ทนั้นยังบอกความเป็นสุขของรถท่านได้
โดยปกติแล้วการสตาร์ทเครื่องยนต์นั้นจะใช้การถีบตัวไม่เกิน 3 ครั้งใช้เวลาไม่เกิน 30 วินาที
ถ้านานกว่านั้นแสดงว่ารถเริ่มมีปัญหา ซึ่งโดยปกติ
หมายถึงแบตเตอร์รี่อาจจะเริ่มเสื่อมสภาพ
ยิ่งถ้ารถคุณ 2-3 เมื่อไรแล้วสตาร์ทช้า เตรียมเงินถอยแบตเตอร์รี่ลูกใหม่ได้เลย



2. ร่องรอยน้ำมัน

บางครั้งเมื่อคุณจอดรถแล้วพบรอยน้ำมันหยดเป็นทางนั้น
หรือเป็นจุดนั้นอย่าวางใจโดยเด็ดขาด
เพราะตามปกติแล้วน้ำมันจะไม่สามารถหยดได้เอง
นอกจากเกิดความเสียหายต่อระบบนั้นๆ
ซึ่งหมายถึงต้องมีอะไรผิดปกติแล้ว ดังนั้นถ้าพบข้อนี้รีบตรวจสอบด่วน



3.เสียงที่ผิดปกติ

ในหัวข้อนี้อาจจะเป็นเรื่องที่ยากในการสังเกตในระหว่างขับรถ
แต่คุณสามารถสังเกตได้เมื่อรถจอดหรือเดินเบาเครื่องยนต์ก่อนขับออกถนน
ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการทำงานของเครื่องยนต์จะไม่มีเสียงผิดแปลก
โดยเฉพาะ**เสียงเหล็กกระทบกัน หรือทางศัพท์ช่าง เรียกว่า "เสียงน๊อก" (Knocking)
ซึ่งหากท่านได้ยินเสียงดังกล่าว และไม่เคยได้ยินมาก่อนนั้น
ให้รีบไปหาผู้เชี่ยวชาญทันที แต่ทางที่ดีอันนี้อยากแนะนำบันทึกเสียงนั้นไว้ก่อน
โดยอาจจะถ่ายคลิป เพื่อใช้ประกอบในการอธิบายปัญหา



4.ควันขาวออกท่อ

จงจำไว้ว่ารถที่ดีนั้นต้องไม่มีควันขาว
และเมื่อไรก็ตามที่รถของท่านมีอาการควันสีขาวออกท่อ
พร้อมกลิ่นฉุน นั่นหมายถึงต้องมีสิ่งที่ผิดปกติกับระบบเครื่องยนต์
ซึ่งหากชี้ชัดไปนั้นมันจะมีหลายอาการมาก
แต่เอาเป็นว่าถ้าเห็นแล้วรับหาช่างจะดีกว่านะ




5.ขับรถแล้วดูนุ่มนวลผิดกว่าปกติ

บางครั้งที่คุณขับรถนั้นเวลาขับสังเกตดีๆว่ารถเรานิ่มนวลผิดปกติไปหรือไม
่จากที่เคยใช้มา ถ้าคำตอบคือ "ใช่" แสดงว่ารถคุณมีความเป็นไปได้ใน 2 ทาง
คือ 1 ลมยางอ่อน บางครั้งอาจจะหมายถึงยางรั่ว กับ
2 ระบบช่วงล่างบางชิ้นเสื่อมสภาพ โดยมากคือสปริง หรือโช๊ค



6.เสียง จี๊ดๆ ตอนเบรก

ในข้อนี้หลายคนอาจจะบอกว่ามันเป็นอย่างไร
แต่เอาเป็นว่าเมื่อคุณกดเบรกแล้ว ได้ยินเหมือนเสียงหนูร้องเพรียกอยู่ในรถ
อาจจะด้านหน้า หรือ ด้านหลัง ซึ่งข้อนี้หมายถึงผ้าเบรกที่กำลังหมดอายุการใช้งาน
ถ้าได้ยินแล้วอย่ารอช้ารีบหาเวลาไปเปลี่ยนผ้าเบรกก่อน
ที่มันจะทำความเสียหายต่อชุดจานเบรก



7.รถเร่งแล้วอืดกว่าเดิม

ถ้าเมื่อไรรถคุณเร่งแล้วรู้สึกว่าไม่พุ่งเหมือนเดิมนั้น
แต่ไม่มีความผิดปกติอย่างอื่นเช่นรอยน้ำมัน
นั่นหมายถึงรถคุณนั้น อาจจะต้องการการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องแล้ว
แต่หากถ่ายมาแล้วและยังวิ่งอืดอยู่ ก็จะมีอีก 2 ตัว คือ
1.กรองน้ำมันเชื้อเพลิง และ
2 กรองอากาศ ซึ่งอาการรถมีอัตราเร่งถอยนี้
มีผลโดยตรงต่ออัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงครับ

ทั้ง 7 ข้อนี้เป็นสิ่งที่คุณจะพอสามารถสังเกตในระหว่างการขับขี่หรือใช้งานโดยทั่วไป
ซึ่งทันทีที่คุณพบอาการต่างๆเหล่านี้
จงอย่าวางใจรับไปพบผู้เชี่ยวชาญหรือเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจสอบหาปัญหาโดยทันที